| สวัสดีบาร์เซโลน่า |

|
และแล้วการเริ่มต้นการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกก็ได้เริ่มขึ้น สำหรับฤดูกาลแข่งขันปี 2007 นี้ เจ้าฟิล์ม รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักแข่งดาวรุ่งดวงใหม่ของไทยวัยยังไม่เต็ม 19 ปี ต้องเดินทางจากบ้านเกิดเมืองนอนไปปักหลักฝึกซ้อม และเข้าร่วมการแข่งขันระดับโลกนี้ที่เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน
รัฐภาคย์เริ่มเดินทางไปประเทศสเปนเพื่อเก็บตัวฝึกซ้อม ในคืนวันที่ 15 มกราคม 2550 โดยสายการบินไทยเที่ยวบิน TG920 ไปลงที่ท่าอากาศยานแฟร๊งเฟิสในประเทศเยอรมัน และต่อไปลงที่บาร์เซโลน่า ถึงบาร์เซโลน่าเวลา 10:00น. ในวันที่ 16 มกราคม ต่อด้วยรถเพื่อไปเมืองซานฟรุ๊ตโตสซึ่งเป็นที่พำนักของเจ้าฟิล์มอีกราวๆ 1 ชั่วโมงรวมการเดินทางมายุโรปครั้งแรกนี้กว่า 18 ชั่วโมง
เมืองซานฟรุ๊ตโตสนี้เป็นเมืองที่ค่อนข้างสงบ มีบ้านเรือนไม่มากนัก อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศสเปน ใกล้ๆชายแดนประเทศฝรั่งเศส เนื่องจากบาร์เซโลน่าอยู่ในแคว้นคาตาลัน คนที่นี่จึงพูดภาษากาตาลัน ซึ่งพูดกันเร็วกว่าภาษาสเปนปกติและก็ไม่เหมือนกันด้วย อาหารการกินก็คล้ายกับคนยุโรปทั่วไป คือมีขนมปังเป็นหลัก ช่วงนี้อยู่ในช่วงฤดูหนาว อากาศในตอนเช้าจึงเย็นพอประมาณราวๆ 5 องศาเซลเซียส ในตอนกลางวันไม่เกิน 15 องศา
|
 | ในบ้านพักของเจ้าฟิล์ม ค่อนข้างสบายจากอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ทางทีมงานสเปนได้จัดหาไว้ให้ มีห้องครัว เตาแก๊ส ตู้เย็น ที่พร้อมจะทำอาหารรับประทานได้เลย ห้องนั่งเล่น โซฟา ดีวีดี โทรทัศน์ที่รับได้ 7 ช่อง เป็นภาษาสเปน 6 ช่อง และภาษากาตาลัน 1 ช่อง 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ อีก 1 ห้องมีเปียโนกับโต๊ะรีดผ้าพร้อมเตารีด และระเบียงด้านหลังก็มีเครื่องซักผ้าไว้ให้พร้อม มีฮีทเตอร์ เครื่องทำน้ำอุ่นพร้อม
โดยรวมแล้วเรื่องที่พักนั้นหมดปัญหา อากาศก็พอจะรับไหว เพราะหนาวกว่าที่ญี่ปุ่นเล็กน้อย จะมีก็แต่เรื่องอาหารการกินที่ยังไม่ถูกปากและแปลกไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง ต้องเริ่มเรียนรู้ ตั๊บปาส พาสต้า ลาซันญ่า อีกอย่างก็คือคนที่นี่จะให้เวลาในการกินนานมาก สรุปก็คือจะมีความพิถีพิถันและให้ความสำคัญต่อการกินอาหาร การเข้าไปซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ตก็ยากในเลือกซื้อ เพราะไม่คุ้นเคยกับลักษณะอาหารนั่นเองบ้านที่เมืองซานฟรุ๊ตโต๊สนี้เป็นที่พักระหว่างที่ไม่มีการแข่งขัน นั่นหมายถึงว่า
|
ช่วงสัปดาห์ที่มีการแข่งขันก็จะเดินทางไปนอนตามโรงแรมที่ผู้จัดการแข่งขัน (Dorna) ได้จัดไว้ให้ตามประเทศต่างๆทั้ง 17 ประเทศทั่วโลก เหตุที่ไม่สามารถอยู่ที่เมืองไทยได้นั้น เพราะการแข่งขันมีอย่างต่อเนื่อง แทบจะทุกสัปดาห์จากเดือนมีนาคม ไปสิ้นสุดที่ต้นเดือนพฤศจิกายนเลยทีเดียว 17 สนามใน 9 เดือน เฉลี่ยแล้วเดือนละ 2 สนาม แทบจะไม่ได้หยุดกันเลย
|
| สำหรับกำหนดการแข่งขันของปีนี้เป็นอย่างนี้ |

|
หลายท่านอาจจะสงสัยว่า กว่าจะเริ่มการแข่งขันอีกเกือบ 2 เดือน ทำไมต้องรีบซ้อม ต้องชี้แจงหลายท่านที่สงสัยให้ทราบว่า การแข่งขันรถจักรยานยนต์ไม่ได้ทำกันได้ง่ายๆ นึกอยากจะลงแข่งก็สมัครแล้วก็จ่ายเงินเพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน หากทำได้อย่างนั้น ประเทศไทยก็คงจะมีนักแข่งหลายคนแล้วหล่ะ แต่นี่เป็นการแข่งขันระดับโลก นักแข่งที่จะเข้าร่วมจะต้องผ่านการคัดสรรจากสมาพันธ์กีฬาหรือสมาคมกีฬาแข่งรถจากประเทศต่างๆมาแล้ว ซึ่งทั้งหมดที่เข้าร่วมก็ล้วนแล้วแต่ฝีมือระดับแชมป์ประเทศทั้งนั้น ดังนั้นการที่จะขับขี่รถแข่งโดยที่ไม่มีการฝึกซ้อมเลยนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ อย่างรัฐภาคย์ที่มาในครั้งนี้ ต้องลงซ้อมทั้ง 3 สนามในประเทศสเปน ทั้งเฆเรซ บาเลนเซีย และที่คาตาลุนญ่า รวมทั้งที่ประเทศกาตาร์ ก่อนที่การแข่งจริงจะเริ่มในวันที่ 10 มีนาคม
วันที่ 17 มกราคม 2550
เช้าวันแรกกับการทำอาหารก็ได้จากซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้ๆที่พัก เป็นพิซซ่าถาดใหญ่ เข้าไมโครเวฟเพียง 10 นาทีก็เป็นอันเรียบร้อย
|
 |
ตามด้วยขนมปังทาหน้าด้วยทูน่า น้ำส้ม นมใส่คอนเฟร็กนิดหน่อย มีกล้วยหอมอีก เพียงเท่านี้ทำให้มื้อเช้าก็ดูเหมือนจะง่ายดาย
9:30น. คุณเปเร่ ซึ่งเป็นประชาสัมพันธ์ของทีมและก็เป็นผู้ที่ดูแลเราโดยตรง ก็มารับเราไปที่โรงยิมฯ หรือสถานที่ออกกำลังกาย ที่ยิมแห่งนี้มีครูฝึกฝีมือดี ฝึกนักแข่งดังๆไปแล้วหลายคน อาทิ คาลอส เชก้า, โทนี่ อิลายแอส มีอุปกรณ์ฝึกที่ทันสมัย พร้อมและครบทุกรูปแบบ ครูฝึกได้ให้รัฐภาคย์ได้เริ่มทดสอบเพื่อวัดระดับขีดความสามารถของรัฐภาคย์ไว้ตั้งแต่วันแรก ตั้งแต่กำลังแขน กำลังขา กล้ามท้อง ปั่นจักรยาน ต่างๆและบันทึกไว้ ซึ่งรัฐภาคย์ก็ทำได้อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ |
 | 11:00น. ได้ไปดูสนามที่จะใช้ฝึก โมโตครอส สนามโมตาดและสนามเดิร์ทแทรค ซึ่งสนามต่างเหล่านี้ รัฐภาคย์จะใช้ฝึกซ้อมในช่วงที่ว่างเว้นจากการแข่งขันหรือในช่วงที่อยู่ที่บ้านในซานฟรุ๊ตโต๊สนั่นเอง ช่วงอาหารกลางวันได้มีโอกาสไปรับประทานอาหารแบบบุบเฟต์ในสไตล์สเปน ซึ่งโดยทั่วไปก็สามารถทานได้ ค่าใช้จ่ายก็คนละ 9 ยูโรหรือประมาณ 450 บาท
อากาศวันนี้ถึงจะมีแดดออกมาบ้าง คุณเปเร่ถึงกลับออกอาการดีใจ เพราะอยู่ที่นี่ไม่ค่อยได้พบแสงแดดสักเท่าไรนัก แต่ถึงแม้แดดจะออกแต่อากาศก็เย็นจับใจเลยทีเดียว ราวๆ 5 องศาต้องใส่หมวกคลุม ใส่ถุงมือ ซึ่งก็พอช่วยให้อุ่นขึ้นบ้าง
|
| |
| ข่าวโดย : aphonda.co.th วันที่ 19/01/2007 |